069 : Perishable Beauty
posted on 06 Feb 2009 19:24 by otherside914 in Photography
.
วันนี้ไป TCDC อีกรอบ เพื่อไปดูนิทรรศการ อจีรัง คือ โอกาส (Perishable Beauty)
จัดอยู่ที่ห้างเอมโพเรียมชั้น 6 ฮ่ะ เอากล้องใหญ่ไปถ่ายแก้แค้นที่เมื่อวานถ่ายมาเบลอมหาศาล
อจีรัง คือ โอกาส เป็นนิทรรศการที่เกี่ยวกับการหาโอกาสทางธุรกิจจากความไม่ยั่งยืนของสิ่งต่างๆ
ที่เสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ

(ถ่ายป้ายมาอ่านไม่ออกอย่างแรง ขอโต้ดก้า TvT...)

นิทรรศการเริ่มต้นที่เรื่องของความเป็นอนิจจัง แสดงให้เห็นถึงว่าแม้แต่จักรวาลยังแตกดับได้
(จะบอกว่าตอนมาคนเดียว พอเดินเข้ามาตรงนี้ก็แอบลังเลว่ากูจะเดินออกไปดีป่าว แอบกลัวความมืดก๊ากก)

ด้านในนิทรรศการมีพวกดอกไม้ ใบไม้ ห้อยเอาไว้เต็มไปหมด


มีตู้กระจกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านในเป็นโต๊ะอาหาร

อันนี้ภาพแรกเริ่มว่าอาหารบนโต๊ะมีหน้าตาเป็นเยี่ยงนี้

เมื่อเวลาผ่านไป .....



ก็เป็นเยี่ยงนี้!!!! โอย รามหาศาล

กระจกขึ้นไอน้ำเป็นส่วนๆ แต่ไม่ต้องกังวล!!! เพราะบนโต๊ะมีพวกกล้องตัวเล็กๆ ไว้จับภาพมาแสดงบนจอ
(ส่วนไอ้จุดๆขาวๆ บนกระจก ไม่ใช่ noise แต่มันคือ norn หรือหนอนนนนนนนนนนั่นเอง กรี๊ดดดดดดด!!!)
นิทรรศการตรงส่วนนี้แสดงให้เห็นถึงเรื่องของความตาย
และการเสื่อมสลายจากเชื้อแบคทีเรีย นำมาสู่แนวคิดของการยืดอายุการจัดเก็บอาหาร

มาดูโซนถัดไปกันบ้างเด้อ

อันนี้เป็นพวกสมุนไพรต่างๆ ซึ่งใช้ในการยื้อความอจีรังและสร้างรสชาติ


นิทรรศการตรงส่วนนี้แสดงถึงความหวาดกลัวเกี่ยวกับความตาย
ทำให้เกิดวิทยาการแห่งการหนีความตายขึ้นมา โดยมีหลายรูปแบบด้วยกัน

เช่น ในอดีตอาจจะออกมาในรูปแบบของการทำมัมมี่

อันนี้จะพูดถึงความสำคัญของเกลือที่ในสมัยก่อนมีความสำคัญมาก
ใครที่เป็นผู้ครอบครองเกลือจะถือว่ามีอำนาจสุดๆ แอร๋ย
นอกจากนี้เกลือที่เรียกว่า "เกลือเนทรอน" ยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำมัมมี่ด้วย!
(เรื่องของความสำคัญของเกลือนี่ ถ้าใครสนใจแนะนำให้ไปอ่านต่อได้จากหนังสือเรื่อง
ประวัติศาสตร์โลกผ่านเกลือ ( Salt : A World History ) ของ สนพ. มติชนเน้อ
จขบ. ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใดจ้า T{}T~)


ตรงจอนี้จะฉายสารคดีสั้นๆ เกี่ยวกับการทำมัมมี่ (แนะนำให้ยืนดูจนจบฮ่ะ แต่อาจจะกึ๋ยไปนิด)
ส่วนที่อยู่ด้านล่างเป็นพวกวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำมัมมี่

ส่วนในปัจจุบัน แนวคิดเกี่ยวกับการหนีความตายก็วิวัฒนาการมาเป็นรูปแบบอื่นๆ
เช่นการโคลนนิ่ง ที่เห็นนี่เป็นการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยง ใช้เงินเป็นล้านเลยกรี๊ด

อันนี้เป็นเพชรที่เกิดจากการแปรรูปคาร์บอนที่เกิดจากอัฐิ 100%

ตรงห้องนี้จะมีช่องๆ ให้ดมพวกกลิ่นดอกไม้ ที่นอกจากจะมีการนำมาใช้เป็นน้ำหอมแล้ว
ยังช่วยในการดับกลิ่นของศพด้วย (ขำเด็กฝรั่ง มันไปเปิดแล้วสูดเข้าไปเต็มที่แล้วร้องแหวะก๊ากกกกกก )

อันนี้จะเป็นโซนเกี่ยวกับพวกศัลยกรรมและพวกผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งหลาย
โดยนำเสนอว่าเพราะความก้าวหน้าของวิทยาการทางการแพทย์ ทำให้คนมีอายุยืนมากขึ้น
ก็เริ่มเกิดพวกผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอย รวมถึงธุรกิจอื่นๆเช่น ฟิตเนส การผ่าตัดเสริมความงาม


รวมไปถึงค่านิยมเกี่ยวกับความงามทำให้คนไขว่คว้าหาความสมบูรณ์แบบตามการตลาดที่ถูกสร้างขึ้น

อันนี้มีให้ดูเป็นตอนย่อๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง Nip/Tuck

ราคาเปรียบเทียบของค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทำศัลยกรรมของแต่ละประเทศ

อันนี้ขำดี พูดถึงธุรกิจแพคเกจผ่าตัดเสริมสวย เกิดขึ้นเพื่อคนที่มาผ่าตัดจะได้ไม่ต้องนอนเหี่ยว
อยู่ในสถานพักฟื้น แล้วก็ไม่ต้องไปกลัวว่าตัวเองจะไปติดเชื้ออะไร
ฟีลว่าอะฮั้นผ่าตัดแล้วก็ไปนอนกระดิกนิ้ว(ผ่าทั้งตัวเลยกระดิกได้แต่นิ้ว?) ในโรงแรมสี่ดาวห้าดาว
ลองกดๆดู ที่ตู้จะมีบอกราคาโดยประมาณว่าค่าผ่าตัดแต่ละอย่างใช้เงินเท่าไหร่บ้าง


ความอจีรังหัวข้อต่อไปเป็นเรื่องของฤดูกาล เช่น เทศกาลชมดอกซากุระที่สามารถทำเงินได้จากการที่
คนจำนวนมากต่างเดินทางมาเพื่อชมความงามเพียงชั่วครั้งคราว

สิ่งแวดล้อมก็มีความอจีรังเช่นกัน อันนี้เป็นการฟื้นเมืองเก่าขึ้นมาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว (เช่น อัมพวา)


หรือแม้กระทั่งการรักษาสถานที่ท่องเที่ยวปัจจุบันเอาไว้ให้สวยงามเสมอ
เพื่อให้ยังคงความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่จะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา
สุดท้ายเป็นเกี่ยวกับธุรกิจการส่งออกดอกไม้และศูนย์กลางการค้าดอกไม้
ที่แต่ละแห่งพยายามจะแข่งกันเพื่อรักษาความสดใหม่ของดอกไม้อยู่เสมอ



เราว่านิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการที่ดีมากๆ พื้นที่เล็กนิดเดียวแต่สาระเยอะดี
บรรยากาศก็ได้ฟีล แล้วการนำเสนอก็ดูไม่น่าเบื่อด้วย
ส่วนถ้าถามว่าชอบตรงไหนสุด เราชอบโต๊ะอาหารล่ะ หลอนได้อีก!!
ใครที่อยากไปดูไปกันได้จ้า เข้าชมฟรี เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์
แล้วก็งานจัดถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้เน้อ
ตอนบ่ายนัดเจอกับปลารี่ที่สยาม แล้วก็ได้เจอน้องแพรด้วย
ไปดูนิทรรศการกรุงเทพต่อ แต่คิดว่าไว้อัพพรุ่งนี้ดีกว่า
ส่วนตอนเย็น กลับไปดูอจีรังฯอีกรอบ กร๊ากกก ไปมาสามครั้งแล้ว เดี๋ยว คนนี้ กลับมาจะพาไปอีกนะจ๊ะ
ไปดูภาพต่อได้ที่บล็อก ปลารี่ เน้ออออ
สุดท้ายนี้ขอบคุณปลารี่และน้องแพรที่ไปฮาเป็นเพื่อนจ้า อย่ามาสะอึกสะอื้นนะ!!!
.






ดูแล้วไม่ได้ปลงง่ะ ดูแล้วอยากสวยกว่าเดิม กร๊ากก
ขำตรงเกลือที่พิมพ์ว่าแอร๋ย
#1 By PLARIEX on 2009-02-06 22:12